you're reading...
ข่าวในประเทศ, หมวดทั่วไป, News

บันทึกเหตุการณ์ ปฎิบัติการ “ล้อมฆ่า” นักศึกษารามคำแหง

ram-1

บันทึกเหตุการณ์ ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

โดย นาย ภูษณะ หงษ์สุนทร

ตอนที่ 1        สิ่งที่เกิดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง  ….

          สวัสดีครับ สิ่งที่ผมจะเล่าให้ท่านฟังในวันนี้     (((((ท่านไม่จำเป็นต้องเชื่อ!!! )))))    ท่านไม่ต้องกลัวว่าผมจะเล่าเข้าข้างใคร  ทุกสิ่งที่ท่านได้อ่าน ผมสาบานด้วยชีวิตของผม ว่ามันเป็นสิ่งที่ผมและพี่น้องเวทีรามคำแหง ได้ประสบพบเจอกันในคืนวันที่ 30 พฤศจิกายน จนถึงบ่ายของวันที่ 1 ธันวาคมนี้

         ผมซึ่งเป็นคนที่ไม่เคยสบับสนุนม๊อบคุณสุเทพ ให้ชุมนุมต่อ ภายหลังเรื่องนิรโทษกรรมจบลงไป แต่ที่ผมไปเวทีรามคำแหงเพียงเพราะต้องการ ปกป้องสถาบันการศึกษาอันเป็นที่รักก็เท่านั้น … สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อผมไปถึงมหาวิทยาลัยรามคำแหงเวลา 21.30 น.    มีนักศึกษารามคำแหง ชุมนุมกันอยู่ประมาณ 3  -5 พันคน เมื่อไปถึงก็เกิดเหตุการณ์จับการ์ดเสื้อแดงที่แฝงตัวเข้ามา นักศึกษาอาชีวะได้กรูกันเข้าหาการ์ดคนนั้นทันที  ซึ่งมีสาเหตุจากความโกรธแค้นจากการสูญเสียพี่น้องของพวกเขาก่อนหน้านี้ ณ หน้ามหาวิทยาลัย เหล่าแกนนำและนักศึกษารวมถึงผู้เข้าชุมนุมคนอื่นๆ ได้เข้าขวาง ห้ามปราม การเข้ามาทำร้ายชายคนดังกล่าว แต่การ์ดคนนั้นก็ โดนระบายไปหลายทีเหมือนกัน ก่อนที่จะแยกออก ไปส่งโรงพยาบาลได้สำเร็จ …..

เวลา 22.00 น.    โดยประมาณ   ….  

            

        ได้มีผู้บุกรุกจากด้านหลัง  โดยอาศัยความมืด ยิงใส่การ์ดอาสาซึ่งล้วนเป็นนักเรียน นักศึกษาทั้งสิ้น ไม่มีตัวแทนจากเวทีคุณสุเทพมาช่วยเลย เป็นการ์ดที่รับสมัครจากผู้ร่วมชุมนุมในมหาวิทยาลัย จนสุดท้ายผมได้เข้าร่วมเป็น 1 ในนั้น เพื่อช่วยกันสอดส่อง รอบรั้วมหาวิทยาลัย และสิ่งเดียวที่การ์ดได้รับจากส่วนกลางในการเป็นการ์ดก็คือ กระดาษสีเงินมัดรอบแขนเส้นเล็กๆ แน่นอนเมื่อพวกเราถูกซุ่มยิงโดยปืนสั้นจากที่มืด ก็มีบางคนคว้ามีด ผา หน้าไม้ไว้ในมือเพื่อความอุ่นใจ แต่ก็มีคนที่รู้ว่าไม้เหล่านั้น ไม่สามารถทำอะไรคนมีปืนได้  ก็ได้แต่เดินถือน้ำ ถือข้าวไปแจก โดยเงินเหล่านั้น มาจากรุ่นพี่ ไม่ก็เงินของชมรมต่างๆที่ เอามาช่วยกัน แต่ต้องยอมรับว่าช่วงเช้าวันรุ่ งขึ้นก็ได้รับของจาก เวทีใหญ่ของคุณสุเทพ แต่ก็ไม่มีใครมีอารมณ์กินแล้ว สาเหตุก็คือสาระสำคัญที่ผมจะเล่าต่อไปนี้  ….   

 

    ram-5

    ตลอดช่วงเวลาของการชุมนุม

             จะได้ยินเสียงปืน และประทัดที่มีเสียงคล้ายคลึงกับระเบิดตลอดเวลา จนทำให้ผู้ชุมนุมรวมถึงตัวผมชินไปช่วงหนึ่งเลยจริงๆ    ไม่เป็นกระต่ายตื่นตูมเหมือนช่วงแรกๆที่ได้ยินตอนแรก แล้วจะพากันวิ่งกรูเข้าหาตัวคนทำบ้าง หรือวิ่งหนีเสียงระเบิดบ้าง เรามาด้วยใจกันล้วนๆ เราต้องต่อสู้กับตัวของเราเอง อดกลั้นกันถึงที่สุด ไม่ให้เกิดความรุนแรง จนเป็นสาเหตุ ให้รัฐบาลประกาศกฎอัยการศึก   ทั้งที่มีพี่น้องของเรา บาดเจ็บ ล้มตายมากมาย ไม่ใช่ไม่มีคนตายตามที่เป็นข่าว แต่ก็ไม่รู้จำนวนที่แน่นอน ไม่ใช่ 1-2 คน แน่ ไม่รวมที่บาดเจ็บสาหัส และปานกลางอีกมากมาย    ผมก็อยากรู้เหมือนกันนะครับ กลุ่มคนที่ใส่เสื้อสีแดงที่ยั่วยุ น้องๆอาชีวะด้านประตูหน้า รวมถึงพังประตูด้านหลังของมหาลัยวิทยาลัยรามคำแหงและ ขับมอเตอไซร์เข้าไปในสนามกีฬาราชมังคลาเป็นคนของใคร เขาอยากให้เกิดการประทะกันระหว่างสองฝ่ายหรอ ผมไม่สามารถบอกได้ แต่ผมขอยืนยันอีกครั้ง พวกเราพยายามจนถึงที่สุด ที่จะไม่ออกจากรั้วมหาวิทยาลัย เพราะเรารู้ว่าเราจะเสียเปรียบ นักศึกษา 3-5 พันคน ที่มารวมกันเฉพาะกิจแบบกระทันหันจำนวนเท่านี้  จะไปสู้ผู้ชุมนุมนับหมื่นนับแสน ที่มีรัฐบาลอยู่เบื้องหลัง ได้อย่างไร  ใช่ไหมครับ?

 

ram-2ทั้งคืนก็มีเฮลิคอปเตอร์ ของรัฐบาลบินวนเรื่อยๆ พวกเราก็ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมต้ องมาบินวนดูเฉพาะพวกเรา ทั้งๆที่ก็มีอยู่สองม๊อบ ที่อยู่ติดกันเพียงกำแพงกั้น 

 

       ในที่สุดอธิการบดี ของพวกเรา  …

        ขอให้ตำรวจมาช่วยดู ความเรียบร้อยของนักศึกษา เพราะนักศึกษาโดนยิง โดนทำร้าย ภายในเขตเคหะสถานของเราเอง  แต่ตำรวจกกลับปฏิเสธ  !!!???   พร้อมอ้างว่าไม่สามารถเข้ามาได้ ทั้งๆที่ ส.น.หัวหมากอยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยเมตร และ ส.น.วังทองหลางก็ห่างออกไปไม่กีกิโลเมตร ส่วนเหตุผลจริงๆนั้น ใครรู้ช่วยบอกผมทีละกัน    ภายหลังการตอบปฏิเสธของตำรวจและ รัฐมนตรีท่านหนึ่ง อธิการบดีของเราก็ทนไม่ไหว ประกาศจุดยืนต่อต้านรัฐบาลบนเวทีครั้งแรก ทำให้พวกเรามีแรงขึ้นมาอีกครั้ง เพราะอย่างน้อย อธิการบดีก็ไม่ได้ทอดทิ้งพวกเราไป

ต่อมาทั้งคืนก็มีเฮลิคอปเตอร์ ของรัฐบาลบินวนเรื่อยๆ พวกเราก็ไม่รู้สาเหตุว่าทำไมต้องมาบินวนดูเฉพาะพวกเรา ทั้งๆที่ก็มีอยู่สองม๊อบ ที่อยู่ติดกันเพียงกำแพงกั้น ระยะห่างจากทั้งสองฝั่ง ถ้าไม่มีกำแพงก็ยังมองเห็นกันเลย ช่วงเวลาเช้า เราก็เริ่มรู้สึกผ่อนคลาย เพราะคงไม่มีใคร กล้ามายิงเรากลางแจ้งในที่โล่งแจ้งแบบนี้ และเราก็กำลัง จะกลับไปอาบน้ำอาบท่า หาอะไรกินกันให้อิ่มท้อง และว่ากันใหม่ในวันพรุ่งนี้  ที่คาดว่าจะมีผู้มาสมทบอีกมากมาย และแล้วก็เกิดสิ่งที่ไม่คาดฝัน …

มีนักศึกษาหญิง โบกมือให้ข้าราชการแผ่นดินบนเครื่องลำนั้น พร้อมกับความหวัง และตะโกนดังออกมาว่า   “ช่วยด้วยๆ ช่วยด้วยค่ะพี่ตำรวจ”  ทันทีที่เห็น ผมก็คิดว่าเป็นผู้มาช่วยเหลือเหมือนกัน แต่มันกลับตรงกันข้าม ทุกครั้งที่เสียงฮ. บินผ่านเราไปไม่เกิน 3 วินาที จะมีเสียงปืนไรเฟิ้ลกระหน่ำใส่ พวกเรา และก็จะมีพวกเราล้มลง ไม่บาดเจ็บก็ล้มตาย

     ทันทีที่เฮลิคอปเตอร์บินผ่านเรา มันก็เปลี่ยนชีวิตพวกเราไป มีเสียงปืนไรเฟิ้ลหลายนัด ตามด้วยเสียงระเบิดของจริง ดังสนั่นหวั่นไหวห่างจากจุดตรวจทางเข้า ราว 50 เมตร ทำให้เกิดโกลาหลขึ้นทันที !!!! เพราะที่ผ่านมาเป็นการรอบโจมตีเราโดยจะไม่ยิงเข้าเวที แต่จะยิงการ์ดที่รักษาพื้นที่ ตามจุดต่างๆ  เสียงจากเวทีบอกให้พวกเราหาที่ กำบัง และพวกเราก็วิ่ง กระจัดกระจายกันไปตามซอกตึก  แต่เมื่อผมหันกลับมาดูหน้าเวที ก็มีน้องนักศึกษาหญิงคนหนึ่งล้มลง ตามด้วยนักศึกษาชายอีกคน ทางแกนนำได้ร้องขอรถยนต์จากใครสักคน ที่จะวิ่งฟ่าดงกระสุน ไปส่งน้องสองคนที่โรงพยาบาลก่อน เพราะรถพยาบาลโดนขัดขวางไม่ให้ เข้ามา ซึ่งผมคิดว่าน้องเขาอาการสาหั สมากๆ และยังมีคนที่โดนสะเกิดระเบิดอีก ซึ่งตอนนั้น ต้องบอกเลย ผมและทุกคนตกใจมาก ว่าทำไมเขากล้าทำกับเราแบบนี้ ถ้าคนไทยได้รับรู้ พวกเขาจะมีหน้าอยู่ในสังคมได้ อย่างไร ….

           เหตุการณ์เกิดแบบต่อเนื่อง พวกเราที่ใช้ตึก 3 ตึกเป็นโล่กำบัง เพราะเรารู้วิถีกระสุนมาจากด้านสนามกีฬาราชมังคลาฯ  ทันใดนั้นได้ยินเสียงเฮริคอปเตอร์ลำเดิม  มีนักศึกษาหญิง โบกมือให้ข้าราชการแผ่นดินบนเครื่องลำนั้น พร้อมกับความหวัง และตะโกนดังออกมาว่า   “ช่วยด้วยๆ ช่วยด้วยค่ะพี่ตำรวจ”  ทันทีที่เห็น ผมก็คิดว่าเป็นผู้มาช่วยเหลือเหมือนกัน แต่มันกลับตรงกันข้าม ทุกครั้งที่เสียงฮ. บินผ่านเราไปไม่เกิน 3 วินาที จะมีเสียงปืนไรเฟิ้ลกระหน่ำใส่ พวกเรา และก็จะมีพวกเราล้มลง ไม่บาดเจ็บก็ล้มตาย !!!!

 พี่ๆหลายคนพยายามติดต่อสถานีวิทยุโทรทัศน์หลายต่อหลายช่อง เพราะเราอยากให้มีคนได้รับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และมาช่วยเราออกไปจากที่นี่ แต่สุดท้าย ก็ไม่มีใครช่วยเรา ไม่มีเลย 

          เมื่อพวกเราได้รับรู้ว่าฮ.ลำนั้นเป็นตัวชี้เป้า ก็เกิดโกลาหลมากกว่าเก่า ทุกคนวิ่งกระจายกันไป 4-5 ตึก บางตึกนักศึกษาพยายามเข้าอาคารโดนการทุบกระจกด้านข้าง ซึ่งผมก็อยู่ใกล้กับจุดนี้ ทุกคนพยายามร่วมด้วยช่วยกันพังกระจกเข้าไป แล้วให้ผู้หญิงเข้าไปก่อน โดยผู้ชายส่วนใหญ่ยังยืนอยู่ด้านนอก  พยายามหาว่ายิงมาจากจุดไหนบ้าง อีกอย่างกลัวว่าเขาจะบุกเข้ามาเผาตึกเหมือนที่เคยทำมาในอดีต แล้วจะทำให้คนที่อยู่ในตัวตึกนั้นเป็นอันตราย ผมไม่รู้ว่าความรู้สึก 14 ตุลาคม เป็นอย่างไร แต่มันต้องไม่ต่างจากพวกเราแน่นอน นักศึกษามือเปล่าวิ่งหนีไปหนีมา มันยิงกันสนุกเหมือนอย่างกับเล่นเกมส์อยู่ จิตใจมันทำด้วยอะไร  … ไม่ว่าเป็นหญิงหรือชาย จะเด็กหรือจะแก่แค่ไหนก็ตาม มันไม่สน ยิงใส่พวกเราเหมือนหมู หมา กา ไก่ และยังบิดเบือนข้อเท็จจริงผ่านสื่อตลอดเวลา ภายหลังเขากระหน่ำยิงสักพัก ก็มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งยังอยู่ นอกอาคาร ผมและเพื่อนผู้ชายอีก 3-4 คน ก็ช่วยกันพาเธอข้ามฟากเพื่อเข้าตัวตึก ทันทีที่พวกเราออกวิ่งเสียงปืนไรเฟิ้ลก็ดัง เปรี้ยง !!! พวกเราก็หมอบกับพื้น และออกวิ่งอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เรามากันไม่ครบ เพื่อนคนหนึ่งนอนอยู่ที่พื้น แต่ไม่ได้ลุกขึ้นมา พวกเราตะโกน “มีคนโดนยิงๆ ช่วยกันเอาเข้ามาเร็ว” ผมไม่อยากเชื่อเหมือนกัน ในขณะที่อยู่ท่ามกลางห่ากระสุน คนที่ไม่รู้จักกันเลย จะวิ่งกลับไปช่วยกันโดยไม่มี ใครลังเล ส่วนหนึ่งต้องนับถือน้ำใจสุภาพบุรุษทุกๆคนมาก มีหลายครั้งที่เรา ต้องยืนเป็นโล่มนุษย์ให้กับผู้หญิงและคนแก่ แต่ไม่เคยเห็นใครปฏิเสธ ทันทีที่เข้าไปบรรยากาศเครียดมาก ถึงแม้จะเป็นห้องประชุมขนาดใหญ่ แต่เราไม่สามารถเปิดประตูได้ ต้องอยู่ท่ามกลางความมืดมิดและสิ้นหวัง

 

        พี่ๆหลายคนพยายามติดต่อสถานีวิทยุโทรทัศน์หลายต่อหลายช่อง เพราะเราอยากให้มีคนได้รับรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้น และมาช่วยเราออกไปจากที่นี่ แต่สุดท้าย ก็ไม่มีใครช่วยเรา ไม่มีเลย  ที่เคยสัญญาว่าจะมาก็ โกหกหลอกเรา เมื่อเวลาผ่านไปพวกเราก็เริ่มล้า ท้อแท้และสิ้นหวัง

ทำไมผู้พิทักษ์สันติราษฏร์ หรือผู้ใหญ่ในบ้านเมืองถึงไม่สนใจ หรือให้ความช่วยเหลือพวกเราเลย ?   ผมรู้สึกเหมือนว่ากำลังถูกทอดทิ้งทั้งๆที่เราก็ไม่ได้ต้องการอะไรมาก เราขอแค่ความปลอดภัยในเคหสถานที่เป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเท่านั้น แต่ท่านก็ให้เราไม่ได้ …

ตอนที่ 2

        ขณะกำลังสิ้นหวังอยู่ในหอประชุมของรามคำแหง พี่ๆพยาบาลก็ดูแลคนเป็นลมและบาดเจ็บ ไม่ว่าหญิงหรือชายต่างตกอยู่ ในภาวะตื่นตระหนก ผมเองก็ไม่ได้กล้าหาญอะไร หน้ามืดปากชาไปเหมือนกัน บอกตรงๆตอนนั้นไม่รู้จริงๆ ว่าอยู่ในอารมณ์แบบไหน เศร้าใจที่คนไทยกันเองทำกันได้ ถึงขนาดนี้ กลัวว่าจะมีเพื่อนๆต้องบาดเจ็บล้มตายเพิ่มขึ้น เจ็บแค้นที่เราไม่สามารถตอบโต้ อะไรได้ ซึ้งใจที่เห็นทุกคนพยายามช่วยเหลือกัน หลังจากที่อยู่ในห้องมืด ก็มีพี่ๆหลายคนเสี่ยงตาย ไปนำน้ำและยามาจากจุดที่เสี่ ยงมาก(บริเวณเวที) ผมก็ช่วยเดินแจกน้ำเหมือนที่ หลายๆคนทำ เดินไปก็ได้ยินเรื่องที่เพื่อนในห้องนั่งพูดคุยกัน พิงผนังบ้าง นั่งตรงกลางบ้าง หน้าประตูบ้าง แต่ขอเอาเรื่องนี้มาเล่าให้ฟังอ่านละกัน มีนักศึกษาหญิงคนนึง โทรศัพย์ไปหาพ่อกับแม่ พร้อมกับบอกว่า “หนูขอโทษนะค่ะแม่ที่ทำให้เสียใจ ตอนนี้หนูอยู่ในมอราม แต่ออกไปไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าหนูเป็นอะไรไป หนูอยากขอโทษพ่อกับแม่ ที่ทำตัวไม่ดี…” พอได้ยินเสียงสั่นเครือเหมือนจะร้องไห้ของน้องเขา ผมก็เดินออกมาพร้อมกับน้ำตาซึมๆ ผมไม่รู้จะอธิบายยังไง เพราะมีหลายคนโทรลาพ่อ ลาแม่ ลาเพื่อนแบบนี้ มันฟังแล้วปวดร้าวมั้ยครับ ทำให้ผมอยากเดินออกไป ยิงคนที่ล้อมเราไว้เหลือเกิน ผมเชื่อว่าถ้าตอนนั้น ใครให้อาวุธเรา เราคงไม่ทนกันแล้ว คงตายกันไปข้างนึง ส่วนอีกเรื่องของน้องศึกษาชายที ่อยากจะเล่าให้ฟัง น้องเขามาโดยไม่ได้บอกพ่อกับแม่ เขาโทรไปหาพร้อมกับ บอกพ่อแม่ว่าให้ดูแลตัวเองดีๆ ตอนนี้เขาอยู่บ้าน พ่อแม่อยู่ในสนามราชมังก็อย่ าออกมาตีกับใครเขา รีบๆกลับบ้านนะ ผมจะรอกินข้าวพร้อมกัน ผมบอกอย่างไม่อายเลย ตอนที่น้องเขาพูดอยู่ ผมหันไปมองท่ามกลางความมืด ไม่รู้หรอกว่าหน้าน้อง เขาเป็นแบบไหน แต่ใจของน้องมันบริสุทธ์จริงๆ ทำให้ผู้ชายที่ไม่ร้องไห้ให้ ใครเห็นแบบผม ต้องเช็ดน้ำที่ไหลลงมาอยู่ที่ แก้ม……………….

จะให้คนที่ทำผิดลอยนวลเพียงเพราะ เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ มันคงเป็นไปไม่ได้ อย่างนี้ถ้าผมเป็นคนมีเพื่อนเยอะ ก็เดินไปต่อย คนที่มีเพื่อนน้อยและบอกพวกเขาว่า… “พวกกูเป็นเสียงส่วนใหญ่ ได้หรอครับ?”

ตอนที่ 3

         08.00 น. วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ได้มีเสียงชายคนหนึ่งร้องเพลงชาติมาจากด้านนอกอาคาร ทันทีที่ทุกคนได้ยินเสียง ทุกคนต่างก็ช่วยกันร้องเพลงชาติต่อไป ณ วินาทีนั้น เป็นเพลงชาติที่เพราะที่สุดตั้งแต่ที่ผมเคยได้ยินมา มันปนไปด้วยความตื้นตันใจ ผมก็ไม่รู้จะบรรยายออกมา เป็นคำพูดหรือตัวอักษรด้วยวิธีใด จึงสามารถส่งผ่านความรู้สึก ให้ทุกคนได้รับรู้ทั้งหมด ขณะนั้นผมก็ได้ร่วมร้องเพลงชาติกับเพื่อนๆทุกคน หลายคนอาจจะมีความคิดเช่นเดียวกันกับผม ว่าอย่างน้อยหากบุคคลที่ล้อมเราไว้เหล่านั้น ได้ยินเพลงชาติ ที่เพื่อนร่วมชาติของเขากำลังร้อง อาจจะทำให้เขาพอฉุกคิดได้ว่า … เขากำลังทำอะไรกับนักศึกษาอนาคตของประเทศชาติ พวกเราส่วนใหญ่มารวมตัวกับด้วยความรักต่อสถาบัน เราไม่ได้มาเพราะคุณสุเทพต้องการให้มา เราไม่ได้มาเพราะเราต้องการให้รัฐบาลลาออก หรือ แม้แต่ที่เราต้องการให้ทหาร ออกมาช่วยเราออกไป เราก็ไม่ได้ต้องการให้เขาทำรัฐประหาร

        556000015546505 แต่ผมจะไม่ปฏิเสธว่ามีพวกเราส่วนหนึ่งต้องการ ขับไล่รัฐบาล เพราะเวทีหน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหง ในตอนแรก เป็นเช่นนั้น ซึ่งมีผู้ชุมนุมน้อยมาก เมื่อเทียบกับหลังเหตุการณ์ที่นักศึกษาหญิงถูกทำร้าย โดยการ์ดเสื้อแดง และยังมีนักศึกษาชายถูกดักทำร้าย บริเวณรอบมหาวิทยาลัยเรื่อยๆ ซึ่งหลังจากแจ้งตำรวจแล้ว ก็ไม่ได้รับการช่วยเหลือใดๆ ยังไม่นับเหตุการณ์รูปพ่อขุน บนป้ายคัดค้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมถูกกรีดทำลาย เหยียบย่ำศักดิ์ศรีพวกเราชาวรามคำแหง จึงทำให้เกิดภาพเหตุการณ์ล้อมรถเมล์ ตามที่เป็นข่าว พวกเรากลายเป็นพวกป่าเถื่อนในสายตาคนภายนอก ทั้งๆที่เขาตั้งใจเอารถคนเสื้อแดงมายั่วยุเราหลังการปะทะ โดยให้ขับผ่านหน้ามหาวิทยาลัย ทั้งๆที่ปกติก็จะอ้อม ไปอีกทาง ส่วนเรื่องแท็กซี่นั้นพวกเราผิดเต็มๆไม่มีข้อแก้ตัว เพื่อนๆหลายคนขาดสติยั้งคิด เพราะความโกรธ แต่ก็มีพวกเราหลายคนที่พยายามห้ามปรามเช่นกัน หลายๆคนที่เข้าใจผิด คิดว่าพวกเราทั้งหมดมาเพราะต้องการ ขับไล่รัฐบาล หรือคิดว่าเราตกเป็นเครื่องมือทางการเมือง ของคุณสุเทพ เราไม่เคารพในเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ ผมบอกได้เลยครับ มันไม่เกี่ยวกัน การที่มหาวิทยาลัย รามคำแหงมีจุดยืนในการต่อต้าน พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ก็มาจากการที่มหาวิทยาลัยต่างๆร่วมแสดงจุดยืนในการ รักษากฎหมาย จะให้คนที่ทำผิดลอยนวลเพียงเพราะ เป็นเสียงส่วนใหญ่ของประเทศ มันคงเป็นไปไม่ได้ อย่างนี้ถ้าผมเป็นคนมีเพื่อนเยอะ ก็เดินไปต่อย คนที่มีเพื่อนน้อยและบอกพวกเขาว่า… “พวกกูเป็นเสียงส่วนใหญ่ ได้หรอครับ?”

ผมต้องขออภัยด้วยถ้าในบางครั้ง บันทึกเหตุการณ์ครั้งนี้ อาจจะมีที่บางช่วงบางตอนมันเหมือนนิยาย หรือใส่ความรู้สึก ส่วนตัวมากเกินไป จนบางคนที่ไม่ได้รู้จักผมเป็นการส่วนตัว คิดว่าคงจะแต่งมาเพื่อดิสเครดิตรัฐบาล ผมบอกได้เลยครับผมนี่แหละคือ 1ใน คะแนนเสียงปาร์ตี้ลิสต์สนับสนุนพรรคเพื่อไทย ให้เป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว และเลือกพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต ผมไม่เคยปล่อยตัวไปตามกระแสของสังคม ผมคิด วิเคราะห์และเลือกสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในขณะนั้น ผมไม่เคยคิดจะร่วมการชุมนุมไหนที่เป็นการล้มรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง ผมสนับสนุนหลักการประชาธิปไตย ที่ผู้นำมาจากการเลือกตั้งของคนในประเทศ ขอกลับมาเข้าเรื่องราวอีกครั้งครับ…

เมื่อเพลงชาติสิ้นสุดลงไม่นานนัก  ก็มีเสียงปืนดังขึ้น !!

        ซึ่งผมคาดว่าเป็นการยิงขู่ไม่ให้พวกเราออกมาจากอาคาร หลังจากนั้นผมก็ลงมาด้านล่าง เพื่อติดตามสถานการณ์ ภายนอก ว่าเป็นอย่างไรบ้าง  มีคนมาช่วยเราหรือยัง ช่วงที่วิ่งข้ามตึกไปแต่ละตึก   ใจผมเต้นละทึกอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่ากระสุนมันจะวิ่งมาหาเมื่อไหร่    แต่ที่ผมพอสังเกตุได้ ก็คือ หากพวกเราไม่กี่คน เดินไปมา จะไม่เกิดอะไรขึ้น แต่หากมีมากกว่า 2-3 คน ที่วิ่งไปไหนมาไหน   ก็จะเกิดเสียงปืนดังขึ้นอีกครั้งทันที เมื่อออกมาภายนอกก็มีพี่ๆมาขอความช่วยเหลือชายฉกรรจ์ ในการทำบังเกอร์เพื่อปิดทัศนวิสัยจากทางสนามกีฬาราชมังคลา และประตูหลังรามเพื่อให้ผู้ชุมนุมเสื้อแดงที่จะออกมาจากราชมังทางประตูหลังจะได้ไม่เห็นพวกเรา เพราะกลัวจะเกิดเหตุการณ์ยั่วยุไปมา จนเป็นเหตุให้เกิดการปะทะกันขึ้น และแน่นอนเราหวังที่จะไม่ให้สไนเปอร์เห็นเราด้วยเช่นกัน

       ตอนนั้นเนื่องจากมีผู้ชายอยู่รอบตึกจำนวนมาก ทำให้การขอผู้เสียสละ 10 คน แต่กับมีคนวิ่งไปเกิน 20 คน ผมซึ่งเดินมาทีหลังมองภาพน้องๆที่ยืนแกะเชือกที่เต๊นท์สีเขียว กันคนละเสา เพื่อที่จะล้มเต๊นท์ลงมาและลากไปบังตามจุดต่างๆ ใครที่คิดว่าพวกเรากล้าหาญ เป็นวีรบุรุษหรืออะไรก็ตาม    เราไม่ใช่ เรายืนขาสั่น หันหลังไปทางราชมังคลาเพื่อแกะ เชือกที่ผูกเสา ทุกครั้งที่มีเสียงปืน เราไม่กล้าหันไปมอง เราไม่รู้ว่าเพื่อนที่แกะเชือกอยู่ข้างๆจะล้มลงไปแล้วหรือยัง

ram-4

        ทันทีที่เสร็จภารกิจ เราก็กลับมาที่กำบัง และโชคดีเหลือเกิน ที่ตอนนั้นเรากลับมากันครบ เมื่อเวลาผ่านไปผมเห็นนักข่าวคนหนึ่ง ณ อาหารผู้บริหาร บริเวณหน้ามหาวิทยาลัย ภายหลังทราบชื่อว่า เฟร็ดเดอริก เป็นนักข่าวชาวฝรั่งเศส ซึ่งเขาขอสัมภาษณ์เพื่อนๆหลายคน แต่ก็ไม่ได้รายละเอียดเท่าไหร่ ผมจึงขออีเมล์เขามา และส่งเรื่องราวทั้งหมดไปให้เขาแล้ว เรื่องราวดูเหมือนจะสิ้นสุดเมื่อแกนนำเสื้อแดงประกาศยุติการชุมนุม แต่พวกเราก็ไม่ประมาท พยายามนำตัวนักศึกษาที่หลบอยู่ตามตึก มารวมกันที่อาคารผู้บริหาร แน่นอนต้องมีผู้เสียสละอีกเช่นเคย คนที่จะไปเคลียร์พื้นที่ให้นักศึกษาหญิงที่จะวิ่งมา   เนื่องจากบริเวณนั้นรกมาก เต็มไปด้วยเสื่อ  ขวดน้ำ กล่องข้าว ที่พวกเราทิ้งเอาไว้เพื่อเอาชีวิตรอดเมื่อรุ่งสางที่ถูกระดมยิง     จุดนี้เป็นจุดที่อันตรายที่สุด เพราะเป็นจุดที่พวกเราจำนวนมาก โดนระดมยิงใส่เมื่อช่วงเช้า ทำให้มีบาดเจ็บมากมาย และได้ส่งไปโรงพยาบาล ซึ่งผมภาวนาขอให้เพื่อนๆเหล่านั้นปลอดภัย หลายคนภายนอกสนใจว่าเราตายไปเท่าไหร่กันแน่ แต่สิ่งที่เราสนใจก็คือขอให้เพื่อนที่อาการสาหัสนั้นปลอดภัย ผมและเพื่อนยืนตามจุดที่จะให้นักศึกษาหรือคนทั่วไป ที่เป็นผู้หญิงวิ่งไปตึกผู้บริหาร ซึ่งจะได้รับความปลอดภัย และยังมีน้ำอาหาร รวมถึงยาและพยายาลอยู่จุดนั้นด้วย ผมและเพื่อนอีก  4-5 คน ช่วยกันโยนสิ่งกีดขวางทางที่จะวิ่ง เตะบ้าง โยนบ้าง ดึงเสื่อหลบบ้าง ทำให้เร็วที่สุด    ตอนนั้นนักข่าวชาวฝรั่งเศสเฟร็ดเดอริกก็ถ่ายภาพไว้ตลอด ทำให้ไม่เกิดเหตุรุนแรง เพราะผมคิดว่าบนฮอลิคอปเตอร์ คงจะบอกคนซุ่มยิงเราแล้วว่ามีนักข่าวต่างประเทศอยู่ จะมีก็เพียงเสียงปืนยิงขู่บ้างเป็นระยะๆ สักพักเหมือนเหตุการณ์จบแล้ว เพราะไม่มีเสียงปืนและระเบิด เป็นระยะเวลานานเลยทีเดียว  และนักข่าวจากทุกสำนัก ก็มาถึงแล้ว ยกเว้นช่อง 3 มาเร็วจริงๆ เหตุการณ์เกิดตั้งแต่ ช่วงหัวค่ำ มาตอนเกือบเที่ยงพอดีเลย ขอบคุณนะครับ พี่ๆนักข่าว ขอบคุณจริงๆ

สไนเปอร์โผล่หน้ามหาวิทยาลัยบนทางยกระดับ นักข่าวยืนถือกล้อง งงกันเป็นไก่ตาแตก พวกเราพากันวิ่งเข้าตัวตึกอีกครั้ง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว อีกครั้ง 

ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปว่าสไนเปอร์เป็นใคร มือที่สามรึเปล่า เพราะมันยืนเอาปืนพาดตรงจุดที่รถตำรวจ

12863a486

         เพื่อนที่อยู่หน้ารามคำแหง หรือคนที่มีภาระหน้าที่ เริ่มทยอยกันกลับ ซึ่งตอนนั้นทุกคนคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ๆ เพราะนักข่าวเพียบเลย มากมายหลายสำนัก จะเหลือก็แต่เพื่อนๆที่ไม่กล้าออกไป เพราะมีข่าวว่าซอย รามคำแหง 53 เกิดการปะทะกับกลุ่มเสื้อแดงและนักศึกษา ที่เดินทางกลับ ตัวผมนั้นบ้านอยู่ไกล ไม่ได้อยู่หอแถวนั้น จึงอยู่สังเกตการต่อ คิดว่าจะกลับพร้อมรถทหารที่ จะมารับ แต่อีท่าไหนไม่ทราบ รถทหารที่บอกกลายเป็นรถของ กทม พอมาถึงก็ลำเรียงนักศึกษาหญิงไปก่อน 1 คัน แต่ไม่ทันจะออกไปไหน ก็เกิดเหตุไม่คาดฝันอีกแล้ว .. ย้ำว่าอีกแล้ว!!! พระเจ้าช่วย!!! นี่หรือประเทศไทย!!! สไนเปอร์โผล่หน้ามหาวิทยาลัยบนทางยกระดับ นักข่าวยืนถือกล้อง งงกันเป็นไก่ตาแตก พวกเราพากันวิ่งเข้าตัวตึกอีกครั้ง เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว อีกครั้ง แต่กับไม่มีข่าว ถ้าจะมีก็ออกนิดหน่อย และบอกว่ากองกำลังไม่ทราบฝ่าย พ่องงง!!! รถที่จอดนอกตัวอาคาร เป็นรูจนแทบไม่มีที่ว่างบนกระจก ผมไม่รู้ว่ามีใคร โดนยิงเพิ่มไหม ไม่อยากเล่าในสิ่งที่ไม่เห็นกับตา เนื่องจากทุกคนผลักกันเข้าไปในตัวตึก ซึ่งตอนแรกผมอยู่ข้างหน้าประตู ได้ยินว่ามีสไนเปอร์ก็ตกใจ ออกมาดู เห็นเต็มสองตา และช่วยตะโกนบอกคนอื่น มีคนเห็นสไนเปอร์หลายร้อยบอกเลย ไม่ต้องสงสัยอีกต่อไปว่าสไนเปอร์เป็นใคร มือที่สามรึเปล่า เพราะมันยืนเอาปืนพาดตรงจุดที่รถตำรวจ สองคันจอดดู ความเคลื่อนไหวของพวกเราในรามคำแหงเมื่อคืน แล้วถ้าเป็นมือที่สาม ทำไมตำรวจไม่เข้าไปจับ มีทั้งฮอลิคอปเตอร์ที่จะตามไปได้ แต่กลับมาอ้างว่า เป็นพื้นที่อันตราย… ไม่กล้าเข้าไป…

       “แล้วพวกมึงมาเป็นตำรวจทำไม” ฝากคำถามถึงคนในรัฐบาลว่าเกิดเหตุการณ์ไล่ยิงนักศึกษา สนั่นหวั่นไหว ตั้งแต่หัวค่ำยันบ่ายอีกวัน ถ้าคุณไม่เกี่ยวข้อง แล้วใครจะเกี่ยวข้อง

     ปล่อยให้ไล่ยิงนักศึกษาขนาดนี้ มีข้อสังเกตุมากมาย หากเพียงแต่ 1มหาวิทยาลัยยังดูแลไม่ได้ คุณจะยังอยากเป็นรัฐบาลไปทำไม เป็นแล้วมันรายได้ดีใช่ไหมครับ ส่วนเหตุการณ์หลังจากนั้นก็มีพี่ๆทหารมาช่วยรับเราออกไป ตามข่าวนั่นแหละ แต่ผมไม่ได้ไปกับเขาหรอก เพราะเจ็บแค้นมากที่ ไม่มีข่าวเลย ข่าวที่ออกไป มีแต่นักศึกษาตีกันเองบ้าง นักศึกษาล้อมราชมังคลาบ้าง ทำให้เข้าใจเลยว่าทำไมรัฐบาลถึงกล้าทำกับเราขนาดนี้ ท่านทำสงครามมวลชนผ่านสื่อ ซึ่งท่านอาจจะคิดว่าไม่แพ้ แต่ในฐานะผู้ถูกกระทำ ผมขอบอกเลย  ว่าจะไม่มียุติ ผมจะประณามความชั่วของท่านให้ลูก หลานได้รับรู้ จะเขียนความจริงออกมาให้คนได้อ่าน ต่อให้คนที่เชื่อจะมีน้อย แต่ผมมีพยานนับพัน พวกผมไม่มีผลประโยชน์อะไรที่จะได้รับ พวกผมไม่ได้ชอบคุณสุเทพ พวกผมจะไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น ณ มหาวิทยาลัยรามคำแหง !!!!!!! ผมขอร้องให้กระจายข้อมูลนี้ไปสู่สาธารณะชนด้วยครับ เรียกร้องความยุติธรรมให้เกิดขึ้นกับรามคำแหงของเราด้วยครับ

========================================================================

ram

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 1 ธ.ค. พ.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ พร้อมด้วยทหารจากกรมทหารราบที่ 11 จำนวน 1 กองร้อย ได้ทำการเข้าช่วยเหลือกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหง ที่ติดค้างอยู่ภายในมหาวิทยาลัยรามคำแหงจำนวนกว่า 300 คน เจ้าหน้าที่ได้กระจายกำลังเฝ้าประตูทางด้านหน้าและด้านหลัง พร้อมกับแบ่งกำลังเดินตรวจตราบริเวณรอบๆภายในอาคารทั้งหมด ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ลำเลียงกลุ่มนักศึกษาทั้งหมดขึ้นรถบัสของมหาวิทยาลัยรามคำแหงจำนวน 8 คัน และให้เจ้าหน้าที่ทหารจำนวน 2 นาย ขึ้นไปประจำอยู่บนรถเพื่อรักษาความปลอดภัยให้ จากนั้นรถบัสก็ได้ทยอยออกไปส่งตามจุดต่างๆ ตามที่ร้องขอ ท่ามกลางเสียงโห่ร้องแสดงความดีใจของกลุ่มนักศึกษาที่ยังปักหลักอยู่บริเวณด้านหน้าของมหาวิทยาลัย

อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาทางพล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร. ได้ประสานกับผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เพื่อเข้าช่วยเหลือกลุ่มนักศึกษา แต่ก็กลุ่มนักศึกษาปฎิเสธไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปช่วย โดยจะขอกำลังจากทหารมาช่วยเท่านั้น จนได้ประสานขอกำลังจากกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เข้ามาช่วยเหลือได้ดังกล่าว

480510  ram-3

“เต้น” สั่งแดงลุย “เด็กราม”ตอนมาคุณเดิน ตอนกลับไม่อยากให้คุณนอนเล

จตุพรสั่งเลิศไม้เก่าไปหน้าประตูราชมังฯลั่นใครบุกมาหาเรื่องตาย

iandme

http://ireport.cnn.com/docs/DOC-1066853

12 ธ.ค.56

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโซเชียล มีเดีย ได้มีการแชร์ภาพที่โพสต์อยู่ในเฟซบุ๊คเพจของ V For Thailand อย่างมากมาย โดยเป็นภาพเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 30 พ.ย.ต่อเช้าวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งถูกรนะบุว่าเป็นภาพที่ยังไม่เคยเผยแพร่เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นบริเวณหน้าสนามกีฬาราชมังคลาฯ หน้าและหลังมหาวิทยาลัยรามคำแหง  ที่เป็นเหตุให้มีนักศึกษาเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บ 15 ราย

http://www.naewna.com/politic/81463

 

  

…..

z-facebook-bag

Sweetroll-vintage1

 

โฆษณา

About iandme2012

book travel bag

การสนทนา

4 thoughts on “บันทึกเหตุการณ์ ปฎิบัติการ “ล้อมฆ่า” นักศึกษารามคำแหง

  1. ขอแสดงความเสียใจกับความสูญเสียในครั้งนี้ด้วยนะคะ รัฐบาลชุดนี้ลุแก่อำนาจจนคิดจะสั่งการฆ่าใครก็ได้ตามอำเภอใจ ขอให้ความชั่วร้ายจากฝูงรัฐบาลแดงจงหมดไปจากประเทศชาติและคนไทยในเร็ววัน!!!

    Posted by Ma'am | ธันวาคม 9, 2013, 12:56 am
  2. ขอบคุณครับ ที่ทำให้เราได้รับรู้เรื่องราวอีกด้าน
    เสียใจกับความสูญเสียที่เกิดขึ้นครับ

    Posted by BEAVlS | ธันวาคม 15, 2013, 11:44 am
  3. หากเราชนะรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างจะได้รับความยุติธรรมมากกว่านี้แน่นอน นศรามจะต้องไม่ตายฟรีแน่นอน

    Posted by rachanepun | ธันวาคม 17, 2013, 9:45 am
  4. ที่จริงมีเพื่อนพักอยู่แถวรามฯอยู่ในเหตุการณเหมือนกัน เค้าเล่าให้ฟังเหมือนกันว่า มีเฮลิคอปเตอร์กราดยิงนักศึกษา 2 รอบ ช่วงดึก และตอนตี 5 มีคนตายไปตั้งเยอะ แต่ไม่มีข่าวเลย รัฐบาลปิดข่าว

    Posted by jj | ธันวาคม 20, 2013, 6:02 pm

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

สถิติบล็อก

  • 772,355 hits

หมวดหมู่

…………..

เรื่องล่าสุด

RSS Gallery

โฆษณา
%d bloggers like this: